Latest Publications

ศิลปะการสลักผักผลไม้ที่คงอยู่คู่กับวัฒนธรรมไทย

FZAAZ_d13การแกะสลักจัดเป็นศิลปะประเภทหนึ่งที่รวมอยู่ในสาขาประติมากกรรม แต่ที่แตกต่างก็คือกรรมวิธีของการแกะสลักคือการเฉือนออก และเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างหนึ่ง เพราะนอกจากจะทำรายได้ให้กับผู้ผลิตแล้วยังเป็นอุตสาหกรรมที่แสดงออกถึงความมีศิลปะอันประณีตของชาติไทยอีกด้วย การแกะสลักเป็นเทคนิคการสร้างสรรค์งานประติมากรรมมาแต่โบราณ ในการสร้างสรรค์จะต้องวางแผนงานไว้ก่อน เพราะการแกะสลักออกไปแล้วไม่สามารถจะเพิ่มเข้าไปใหม่อีกได้ เพราะวัสดุที่ใช้แกะสลักนั้นเป็นชนิดของแข็ง ได้แก่ หิน ไม้ ส่วนในการศึกษาของนักเรียนนั้นอาจจะใช้วัสดุจำพวกไม้เนื้ออ่อน สบู่ ปูนปลาสเตอร์ ผัก ผลไม้ เป็นต้น

ปัจจุบันองค์ความรู้การประดิษฐ์สร้างสรรค์ศิลปะแขนงนี้แพร่ขยายกว้างขวางออกสู่ชุมชน ปรากฏหลักสูตรการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาโรงเรียนและยังแพร่หลายไปในต่างประเทศบอกเล่าวิถีวัฒน ธรรมมรดกไทย และด้วยเอกลักษณ์คุณค่าในงานช่างแกะสลักผักผลไม้ นอกจากเด่นชัดในด้านประโยชน์ใช้สอย โดยแบ่งได้ตามลักษณะการใช้งาน งานแกะสลักยังให้คุณค่าทางด้านจิตใจ สร้างสมาธิความภาคภูมิใจและเพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ฯลฯ ทรงคุณค่าเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญและเพื่อธำรงรักษางานแกะสลักคงอยู่คู่กับวัฒนธรรมไทย การแกะสลักผักและผลไม้เป็นการแสดงออกทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติไทยเลยทีเดียว ซึ่งไม่มีชาติใดสามารถเทียมได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดในปัจจุบันนี้เห็นจะเป็นเรื่องของการอนุรักษ์ศิลปแขนงนี้ที่มีแนวโน้มจะสูญหายไปหรือลดน้อยลงไปเรื่อย

การสลักผักผลไม้นอกจากจะเป็นการฝึกสมาธิแล้วยังเป็นการฝึกฝีมือให้เกิดความชำนาญเป็นพิเศษ และต้องมีความมานะ อดทน ใจเย็น และมีสมาธิเป็นที่ตั้ง รู้จักการตกแต่ง มีความคิดสร้างสรรค์ การทำงานจ้องให้จิตใจทำไปพร้อมกับงานที่กำลังสลักอยู่ จึงได้งานสลักที่สวยงามเพริศแพร้วอย่างเป็นธรรมชาติ ดัดแปลงเป็นลวดลายประดิษฐ์ต่างๆตามใจปรารถนา เป็นงานศิลปะแขนงหนึ่งที่ถือเป็นมรดกล้ำค่าที่สืบทอดกันมายาวนาน เป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความถนัด ความสามารถเฉพาะตัว และความละเอียดอ่อนมาก การแกะสลักจึงเป็นศิลปะที่ไม่ตาย สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้ ปัจจุบันชาวต่างชาติให้ความสนใจศิลปะการแกะสลักมาก ดังนั้นคนไทยทุกคนควรหันมาให้ความสนใจศิลปะแขนงนี้เพื่อเป็นการเผยแพร่และช่วยสืบทอดศิลปะอันงดงามของไทยให้คงอยู่ตลอดไป

ศิลปินและนักออกแบบใช้จินตภาพแปลงความคิด

ในการสร้างงานใดๆ ก็ตาม ผู้ออกแบบการแสดงจะต้องสามารถอธิบายรายละเอียดของงาน ความหมายหรือสิ่งที่ต้องการจะสื่อให้ผู้แสดงได้รับทราบอย่างละเอียด เพราะผู้แสดงจะเป็นผู้ถ่ายทอดผลงานทางความคิดให้ปรากฏแก่สายตาของผู้ชม ให้ได้รับรู้ถึงจินตนาการทางความคิดของผู้สร้างงาน ผู้ออกแบบการแสดงที่ดีจึงนิยมคัดเลือกผู้แสดงผลงานของตนด้วยตัวเอง เพื่อให้ตรงกับผลงานอันจะทำให้สัมฤทธิผลใกล้เคียงที่สุด และการที่ผู้ออกแบบการแสดงรู้จักผู้แสดงเป็นอย่างดี ก็จะเอื้อประโยชน์แก่ผู้ออกแบบการแสดงได้ โดยนำความสามารถเฉพาะตัวของผู้แสดงมานำเสนอนั่นเอง ส่วนคุณสมบัติที่ดีของผู้แสดง ก็คือ การเคารพในความคิดของผู้ออกแบบการแสดง หมายความว่าผู้แสดงจะต้องเชื่อมั่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ออกแบบการแสดง แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่าผู้แสดงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นใดๆ ได้เลย ผู้แสดงควรสำนึกในมารยาทของการเป็นผู้ถ่ายทอดผลงาน การแสดงความคิดเห็นจะอยู่ในขอบเขตที่พึงกระทำได้ เช่น ไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ออกแบบได้ เนื่องจากขีดจำกัดทางความสามารถ ความขัดแย้งของท่ากับทิศทางหรือความบกพร่องใดๆ ก็ตาม ผู้แสดงสามารถแจ้งหรือแนะนำแก่ผู้ออกแบบได้ โดยการแก้ปัญหาหรือตัดสินใจเป็นหน้าที่ของผู้ออกแบบเท่านั้น

ในการร่วมงานระหว่างผู้ออกแบบและผู้แสดง จำเป็นต้องอาศัยการถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดในการทำงาน ดังนั้นหากทุกคนรู้หน้าที่และขอบเขตของการทำงานแล้ว ผลงานการแสดงก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น

ในกระบวนการออกแบบการแสดงนั้น นอกเหนือจากการที่ผู้ออกแบบจะสามารถสื่อสารกับผู้แสดงได้ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ในขั้นตอนการนำเสนองานเพื่อของบประมาณสนับสนุนการแสดง หรือเพื่อเสนอขายผลงานนั้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ออกแบบจะต้องสามารถอธิบายจินตภาพที่ได้วาดไว้ในสมองนั้น สื่อสารให้ผู้อำนวยการสร้าง ผู้ลงทุน ผู้ให้การสนับสนุนเชื่อถือในความคิด และเห็นคล้อยตามได้ว่าการแสดงนั้นจะประสบความสำเร็จและคุ้มค่าแก่การลงทุนจัดแสดงเพียงใด นักออกแบบการแสดงในประเทศอาจยังมีข้อด้อยในการนำเสนอในลักษณะ เพราะบางครั้งความเป็นตัวตน (Ego) ของผู้ออกแบบที่มีความเป็นศิลปินสูง ไม่สามารถถ่ายทอดความคิดเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำความเข้าใจในกระบวนการนำเสนอผลงานจะยังประโยชน์แก่ผู้ออกแบบได้เป็นอย่างดี

เทคนิคการเขียนภาพด้วยสีและอุปกรณ์ต่างๆ

สำหรับเทคนิคและวิธีการเขียนภาพ มีดังนี้

1.ภาพเขียนดินสอ  มีวิธีการเขียนหลายวิธี ตามลักษณะที่เหมาะสมของไส้ดินสอที่แข็งหรืออ่อน  ดินสอที่แข็งเหมาะสำหรับการฝนและแรงเงาที่ประณีต ส่วนดินสออ่อนนั้นเหมาะสำหรับการเขียนภาพร่าง ด้วยการเหลาดินสอเป็นแผ่นแบน  ชนิดของดินสอได้แก่ H จนไปถึง 7H และมีอ่อนธรรมดา คือ  B จนถึงอ่อนมาก 6B ซึ่งช่วยให้ศิลปินสามารถเขียนภาพลายเส้นดินสอได้ลักษณะต่างๆ

2.ภาพเขียนชอล์ก ซึ่งชอล์กที่ใช้ในการเขียนจะมีเนื้อละเอียดและมีสีสวยงามกว่าชอล์กเขียนกระดานดำ โดยชอล์กมีความสะดวกและคุณสมบัติในการเขียนเหมาะสำหรับเขียนภาพฝึกหัด

3.ภาพเขียนพาสเทล สำหรับพาสเทลนั้นศิลปินใช้ในการเขียนร่างภาพในการทำงานขั้นต้น หรือใช้เป็นการเขียนภาพใช้จริงเลย

4.ภาพเขียนหมึก โดยภาพเขียนแต่ละภาพนั้นจะใช้หมึกเพียงสีเดียวเป็นสำคัญ แต่ศิลปินอาจจะใช้สีที่มีคุณค่าอ่อนแก่แตกต่างกันได้ ศิลปินจะเลือกใช้ปากกาชนิดต่างๆ  ตามที่ตนถนัด และจะต้องเขียนด้วยปากกาหรือพู่กันชนิดและขนาดต่างๆ ด้วยความชำนาญ จึงจะสามารถเขียนภาพหมึกได้งดงาม

5.ภาพเขียนสีถ่าน สามารถที่จะใช้ถ่านเขียนเป็นแผ่นบางๆ ปกคลุมเนื้อที่ใหญ่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว  ด้วยการใช้คุณค่าของความอ่อนแก่ของสีของถ่านจะได้ผลงดงาม กระดาษสำหรับเขียนสีถ่านควรเป็นกระดาษที่มีพื้นผิวละเอียดอ่อนนุ่ม  จะเขียนได้งดงามกว่ากระดาษวาดเขียนทั่วไป ทั้งนี้จะสกปรกและเสียหายได้ง่าย  จึงควรพ่นด้วยน้ำยาเคลือบบางๆ เพราะจะช่วยให้สวยงามและคงทนขึ้นได้

6.ภาพระบายสีด้วยสีเทียน เป็นการสร้างภาพที่สามารถทำได้ง่ายเพราะใช้อุปกรณ์ไม่มาก แต่การทำให้ภาพสวยงามต้องอาศัยการฝึกวาดอยู่เสมอ

7.ภาพเขียนสีน้ำ จะมีเทคนิควิธีการแตกต่างกัน ตามความถนัดและความสามารถเฉพาะตน ถ้าได้ศึกษาฝึกเขียนจนเกิดความชำนาญแล้วขั้นตอนจะไม่ตายตัว แต่มีหลักเกณฑ์อย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นธรรมชาติของการเขียนสีน้ำที่ควรคำนึง คือ การลงน้ำหนักจากอ่อนไปหาเข้ม

ดังนั้น หากผู้ที่สนใจจะเป็นนักวาดภาพหรือเพื่อเป็นแนวทางในการเขียนภาพวาดและการลงสีต่างๆ สามารถที่จะนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานได้

พิพิธภัณฑ์ศิลปะในขวดแก้วกับสถานที่น่าหลงใหล

พิพิธภัณฑ์ศิลปในขวดแก้ว เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานแบบจำลองสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งบรรจุอยู่ในขวดแก้ว โดยฝีมือการสร้างสรรค์ของ คุณประไพศรี ไทพาณิชย์ ศิลปินร่วมสมัยชาวชลบุรี กับมิสเตอร์ ปีเตอร์ เบย์ เดอเลย์ ศิลปินชาวเนเธอร์แลนด์ ผู้เป็นอาจารย์ของคุณประไพศรี และเป็นผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์เมื่อ พ.ศ. 2538 โดยสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ศิลปะในขวดแก้วยุคใหม่ ได้ย้ายสถานที่จัดแสดงมาอยู่ที่ The Kingston Park ศูนย์การเรียนรู้ และแหล่งบันเทิงศึกษาครบวงจรแห่งแรกในเมืองพัทยา ภายในพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ แบ่งการจัดแสดงเป็น 3 ห้อง ไล่เรียงจากผลงานชิ้นง่ายจนถึงผลงานชิ้นเอกของ อ.ประไพศรี ซึ่งใช้เวลาในการสร้างนานนับปี ในการสร้างงานศิลปะทรงคุณค่าเหล่านี้ ซึ่งมีแสดงดดยแยกเป็นโซนการแสดงต่างๆดังนี้

โซนที่ 1 เป็นห้องจัดแสดงกระบวนการผลิต  ได้แก่ สร้างรูปจำลอง (Model) จากภาพถ่ายโดยใช้วัสดุที่สามารถตัดแยกเป็นชิ้นเล็กได้ ตกแต่งบริเวณโดยรอบด้วยกิ่งไม้แห้ง หญ้าพลาสติก ดอกไม้กระดาษเล็กๆ หิน ทราย ให้เหมือนจริง โดยเลือกขวดแก้วใสให้ได้ขนาดและรูปทรงเหมาะสมกับ Model นั้น ทำความสะอาด ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท จากนั้นรองพื้นขวดด้วยดินน้ำมันเพื่อยึดชิ้นงาน และตัดแยกชิ้นส่วนให้เป็นชิ้นเล็กๆขนาดพอที่จะนำผ่านปากขวดเข้าไป ดังนั้นการสร้างงานศิลปะใน ขวดแก้วแต่ละผลงาน จึงต้องใช้เวลานานมากและต้องใช้ความอดทนสูงหลังจากนั้นใช้พู่กันที่ดัดปลายให้งอ เกลี่ยสีปิดตรงรอยต่อของชิ้นส่วน เพื่อให้ผลนั้นงานสวยงามยิ่งขึ้นเมื่อเรียบร้อยแล้วก็ทำความสะอาดขวดแก้วอีกครั้งทิ้งไว้ให้แห้งสนิทก็จะได้ผลงานศิลปะในขวดแก้วที่ สวยงาม

โซนที่ 2 เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการ บ้านและที่อยู่อาศัย โดยการจำลองบ้านอยู่อาศัยของผู้คนแต่ละชุมชน แต่ละ ท้องถิ่น แต่ละประเทศ จะเห็นได้ว่าแบบบ้าน หรือรูปทรงของบ้านในแต่ละท้องถิ่น มีความแตกต่างกันตามประโยชน์ใช้สอยซึ่งสามารถบ่งบอกถึงสภาพภูมิประเทศ และสภาพภูมิอากาศของชุมชนนั้นๆได้เป็นอย่างดี

โซนที่ 3 เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการความเชื่อทางศาสนา ในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้นั้น จำเป็นต้องมีกฎ มีระเบียบ มีกติกา ที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้ จึงเกิดมีประเพณีปฏิบัติ ความเชื่อทางศาสนาของชุมชนแต่ละชุมชนแตกต่างกันออกไป และยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนกลายเป็นวัฒนธรรมประจำท้องถิ่นนั้นๆ

โซนที่ 4 เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการ ไฮไลต์ ของพิพิธภัณฑ์ เป็นการจัดแสดงเรื่องราวของสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงและสวยงาม ของหลายๆ ประเทศในโลก โดยจำลองไว้ในขวดแก้วรูปทรงหยดน้ำขนาดใหญ่ที่หายาก และต้องนำเข้าจากประเทศอิตาลีเป็นส่วนใหญ่ การสร้างรูปจำลองในขวดแก้วขนาดใหญ่เป็นงานที่สร้างยากที่สุด

ดังนั้น พิพิธภัณฑ์ศิลปในขวดแก้วถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว เหมาะสำหรับการนำนักเรียนไปทัศนศึกษาหรือพาเด็กๆไปเที่ยวชมในวันหยุด

ความนิยมในการวาดภาพด้วยสีน้ำมันมาอย่างช้านาน

1_display
ภาพวาดสีน้ำมัน เป็นสุดยอดในบรรดาภาพวาดทั้งหลาย ทั้งความนิยมและราคา ภาพสีน้ำมันสามารถเก็บได้นานเป็นเป็นร้อยๆปี เช่น ภาพโมนาลิซ่าของลีโอนาโด ดาวินซี่ เป็นต้น สามารถออกแบบสีได้หลากหลาย มีราคาสูงเมื่อเทียบกับภาพเขียนสีชนิดอื่น อุปกรณ์ที่ใช้มีราคาแพงกว่า เหตุที่เก็บได้นานเพราะวัสดุพื้นรองวาดใช้ผ้าใบมีการทำสีรองพื้น ทั้งการใช้น้ำมันและสีที่ใช้เป็นสิ่งช่วยให้ภาพคงทน สีไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาเปลี่ยนไป เป็นสีที่นิยมใช้ในงานศิลปะมากว่า 500 ปี สืบเนื่องจากการที่มนุษย์ต้องการให้ภาพวาดของตนมีความคงทนถาวรมากกว่าการใช้น้ำผสมสี จึงมีการคิดนำเอาเนื้อสีจากธรรมชาติมาผสมกับน้ำมัน ศิลปินในอดีตนิยมใช้สีน้ำมันเนื่องจากมีความคงทน เก็บรักษาได้นานนับร้อยปี และเมื่อมีบริษัทผู้ผลิตคิดนำสีน้ำมันมาบรรจุหลอดขาย ก็ยิ่งทำให้การใช้งานสะดวกสบายขึ้น สีน้ำมันจึงเป็นที่นิยมของเหล่าศิลปินมาจนทุกวันนี้

ประเภทของสีน้ำมันที่ใช้ในการวาดภาพ

1.สีน้ำมันแบบดั้งเดิม เลือกใช้ได้สองลักษณะ สีน้ำมันสำหรับศิลปินมีหลากหลายสี ผลิตจากรงควัตถุที่มีความเข้มข้นสูงและมีสีที่เด่นชัด
2.สีน้ำมันแห้งเร็ว ใช้ได้ตั้งแต่กลวิธีระบายสีหนาจนถึงการระบายฉาบสี เป็นสีที่แห้งเร็วกว่าสีน้ำมันแบบดั้งเดิม สีกริฟฟินมีความโปร่งแสงมากกว่าสีทั่วไป
3.สีน้ำมันผสมน้ำ เป็นสีน้ำมันลักษณะใหม่ ซึ่งใช้ผสมน้ำแทนน้ำมันผสมสี มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับสีน้ำมันที่นิยมกัน สีน้ำมันชนิดนี้เหมาะกับการใช้ในโรงเรียนและในสตูดิโอ
4.สีน้ำมันแท่ง เป็นสีน้ำมันชนิดแท่ง มีความนุ่มนวลเข้มข้น ใช้เขียนภาพได้ทันที มีคุณสมบัติเหมือนสีที่นิยมกันทั่วๆไป ไม่ใช่สีเทียนหรือสีชอล์ก เนื้อสีของสีน้ำมันแท่ง มีความถาวรสูง
5.การผสมผสานสีน้ำมันที่ต่างกัน สีลักษณะต่างๆเหล่านั้นสามารถใช้ผสมผสานกันได้ มีข้อยกเว้นดังนี้ไม่แนะนำให้ใช้สีน้ำมันแท่งหนาๆใต้สีชนิดอื่น เมื่อใช้สีน้ำมันผสมสีน้ำอาทีซาน สีชนิดอื่นก็ไม่ควรใช้ร่วม

ขั้นตอนการวาดภาพสีน้ำมัน

1. ร่างภาพลงบนแคนวาสด้วยดินสอดำ ดินสอสี หรือแท่งถ่านเกรยองก่อนลงสีรูป
2. ตกแต่งภาพร่างให้เหมาะสม
3. ผสมสีน้ำมันด้วยลินสีดหรือน้ำมันสน หรือลิควิน ให้มีความหนืดพอเหมาะ
4. ระบายสี ส่วนรวมเป็นบรรยากาศของภาพทั้งหมดด้วยพู่กันขนาดใหญ่
5. เพิ่มรายละเอียดของสีและแสงเงาในภาพให้ใกล้เคียงกับแบบ
6. ตกแต่งรายละเอียดของภาพโดยใช้พู่กันขนาดเล็ก
7. เมื่อสีแห้งสนิทแล้ว เคลือบด้วยวานิช